![]() |
|
เรื่องราวของมวยสิ่งอี้ก่อนสมัยราชวงศ์ชิงนั้นไม่กระจ่างชัดนัก ทั้งนี้เนื่องจากครูมวยต่างๆได้เก็บงำวิชาของตนไว้และถ่ายทอดกันอย่างลับๆ แต่เป็นที่เชื่อกันว่ามวยสิ่งอี้นั้นน่าจะมีที่มาจากมวยเส้าหลิน และมีการฝึกฝนกันในหมู่ชาวยุทธ์ทั่วไป จนกระทั่งถึงสมัยราชวงศ์หนานซ่ง(ซ่งใต้) ได้มีแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่นามว่าเยว่เฟย(ค.ศ.1103-1141) ได้นำวิชามวยมาปรับปรุงและคิดค้นใหม่ ให้เหมาะสมกับการใช้ในกองทัพและนำมาฝึกฝนเหล่าทหาร จนทัพทหารของท่านมีความแข็งแกร่งเป็นที่ครั่นคร้ามไปทั่ว ถึงแม้แม้ไม่มีหลักฐานใดสามารถกล่าวได้ว่า วิชามวยที่ท่านแม่ทัพเยว่เฟยได้คิดค้นขึ้นนั้นเป็นวิชาเดียวกับมวยสิ่งอี้ในปัจจุบัน แต่ด้วยความดีงามของท่านเยว่เฟยที่มีต่อแผ่นดิน จึงยังผลให้ครูมวยส่วนใหญ่ให้เกียรติแก่ท่านเป็นปรมาจารย์ผู้คิดค้นมวยสิ่งอี้ จนถึงสมัยปลายราชวงศ์หมิง ต่อต้นราชวงศ์ชิง ได้มีบุรุษผู้หนึ่งนามจีหลงเฟิง(ค.ศ.1620-1680) แห่งผูโจว มลฑลซานซี ว่ากันว่าท่านได้ออกเดินทางท่องเที่ยวทั่วมลฑลซานซีและเสฉวน ได้ค้นพบตำราหลักการวิชามวยสิ่งอี้ซึ่งเขียนโดยแม่ทัพเย่เฟยในถ้ำแห่งหนึ่งบนเขาจงหนาน จึงได้นำหลักการวิชามาศึกษาค้นคว้า และคิดค้นวิชามวยขึ้นมาชุดหนึ่ง เรียกว่า ซินอี้ลิ่วเหอเฉวียน หรือมวยจิตใจหกประสาน ต่อมาท่านได้ถ่ายทอดมวยที่คิดค้นขึ้นนี้ให้แก่ลูกศิษย์สองคน คือ เฉาจี้อู่และหม่าเสวียหลี่ เฉาจี้อู่นั้นมีศิษย์เอกอยู่สองคน คือ ไต้หลิงปานและไต้หลงปานสองพี่น้อง ไต้หลงปานนั้นได้ถ่ายทอดมวยชนิดนี้ให้แก่ลูกศิษย์ชื่อหลี่ลั่วเหนิง ซึ่งหลี่ลั่วเหนิงผู้นี้มีพื้นฐานวิชามวยมาก่อน หลังจากศึกษาวิชาจากไต้หลงปานนานถึงสิบปี วิชาหลากหลายที่เคยฝึกฝนมาได้หลอมรวมเป็นหนึ่ง ท่านจึงได้ปรับปรุงมวยซินอี้ลิ่วเหอที่ศึกษามา และตั้งชื่อใหม่ว่าสิ่งอี้เฉวียน ทั้งนี้เนื่องจากคำว่าซิน(ใจ)และคำว่าอี้(จิต)นั้นมีความหมายซ้ำซ้อน จึงตัดทอนชื่อเดิมออกไปและแทนคำใหม่ด้วยคำว่าสิง(รูปลักษณ์) จนถึงประมาณปี ค.ศ. 1856 ชื่อมวยสิ่งอี้จึงได้เป็นที่แพร่หลาย ต่อมามวยซินอี้ลิ่วเหอนี้ได้แบ่งออกเป็นสามสายใหญ่ตามมลฑลที่ได้รับสืบทอดและฝึกฝน ได้แก่ เหอหนาน, เหอเป่ย, และซานซี สายเหอหนานนั้นได้รับการถ่ายทอดผ่านหม่าเสวียลี่ ยังคงใช้ชื่อเดิมคือมวยซินอี้ลิ่วเหอ และยังคงรักษารูปแบบการฝึกดั้งเดิม มีจีปู้(ท่าเดินไก่)และสือต้าสิง(สิบลักษณ์ใหญ่)เป็นพื้นฐานสำคัญ ยึดถือจีหลงเฟิงเป็นผู้ให้กำเนิด แพร่หลายในชนเผ่าหุย ซึ่งเป็นกลุ่มชาวมุสลิมในเมืองจีน ส่วนสายเหอเป่ยและซานซีนั้นล้วนได้รับการถ่ายทอดต่อมาจากหลี่ลั่วเหนิง จึงเรียกมวยนี้ว่ามวยสิ่งอี้ การฝึกมีซานถิซื่อจั้นจวงเป็นเริ่มต้น มีอู่สิงเฉวียน(หมัดห้าธาตุ)เป็นพื้นฐาน มีสือเออร์สิงเฉวียน(หมัดสิบสองลักษณ์)เป็นขั้นต่อเนื่องถึงขั้นสูง ยึดถือท่านหลี่ลั่วเหนิงเป็นผู้ให้กำเนิด ท่านหลี่ลั่วเหนิงนั้นรับลูกศิษย์มาก ศิษย์เอกของท่านสองคน คือ หลิวฉีหลานและกัวหยุว์นเซิง ล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ ท่านกัวหยุว์นเซิงมีความเชี่ยวชาญในท่าเปิงเฉวียน(หมัดทลาย)ของมวยสิ่งอี้มาก จนได้ฉายา ครึ่งก้าวหมัดทลายตีทั่วใต้ฟ้าไร้ผู้ต่อต้าน (ป้านปู้เปิงเฉวียนต่าเปี้ยนเทียนเซี่ยอู๋ตี๋โส่ว) ท่านกัวหยุว์นเซิงมีลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงหลายท่าน อาทิ ท่านซุนหลู่ถัง ปรมาจารย์ไท่จี๋ตระกูลซุน และท่านหวังเซี่ยงไฉ ผู้ให้กำเนิดอี้เฉวียน(หมัดจิต) หรือต้าเฉิงเฉวียน(หมัดแห่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่) ท่านหลิวฉีหลานมีลูกศิษย์ท่านหนึ่งชื่อหลี่ฉุนอี้ ฉายา ดาบเดียวแซ่หลี่ (ตานเตาหลี่) ท่านได้รับลูกศิษย์มากมาย ส่งผลให้มวยสิ่งอี้แพร่หลายออกไปอย่างไม่เคยมีมาก่อน จนถึงปัจจุบันนี้มวยสิ่งอี้ได้แพร่หลายไปทั่วโลกแล้ว **แต่เดิมนั้นความเกี่ยวพันของมวยสิ่งอี้ และมวยซินอี้ลิ่วเหอนั้นล้วนไม่มีข้อสรุปชัดเจน แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้มีการศึกษาค้นคว้าประวัติอย่างละเอียด มีงานเขียนและงานวิจัยจากหลายกลุ่ม จึงได้ข้อสรุปชัดเจนออกมาดังนี้ และเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง สามารถยึดถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องได้ ข้อมูลจาก http://www.xiaochenmen.com/
|